แซวเล่นๆ ฮิตเลอร์

posted on 25 Nov 2009 09:41 by freerday

 

แซวเล่นๆนะคร้าบ   แก้หนาวฮะ  ^ ^

หนาว....

posted on 24 Nov 2009 02:53 by freerday  in diary

 

ในห้องใบเล็กๆแห่งนี้  มีแค่เสียงเพลง

ไร้ซึ่งผู้ฟัง .............ใครกันเล่าอาศัย

ต้นไม้กระถางสามต้น  ไม่มีใครดูแล

คงคิดถึงรสชาติของหยดน้ำที่เคยชิน

คงอยู่ได้ด้วยไอชื้นยามเช้าของอากาศ

หน้าหนาว...................

 

คู่หนุ่มสาวแสนสุข

ในซอกเล็กๆในมุมตึก   ที่ๆเคยแสนเศร้า

ตอนนี้อบอุ่นใจเสียเหลือเกิน

คงอยากให้หน้าหนาวคงอยู่ต่อไปตลอดสินะ

คงมีคนในอ้อมกอด......................

........คงรักเขาเหลือเกิน

 

ในห้องใบเล็กๆแห่งนี้ 

หน้าหนาวได้พรากความอบอุ่นของใครไป

บางคนคงหนาวใจในห้องนั้น

คงอยากได้ฝ้าหุ่มฝืนใหญ่ คงอยากได้หมอนข้าง.......

ใครกันเอาสิ่งที่รักไป    ......หมอนของเธอ

ฉันเข้าใจในความเหน็บหนาวเหล่านั้น

ความเหงา.....................

 

ฉันเข้าใจมันดีเหลือเกิน....

 

นอกห้องใบเล็กๆแห่งนี้

หน้าหนาวใด้ทำให้เธอเหงา  และเธอคงรู้ดี

ในห้องใบเล็กๆแห่งนี้คงเหงาใจมากมาย

ฉันเห็นเธอกอดหมอนข้างใบใหม่

ของขวัญของฉัน................

หน้าห้องแห่งนี้เธอคงหนาวใจ  รอใครกันเปิดรับเธอ

ฉัน............?

 

ฉันรู้ว่าเธอหนาวเหมือนๆกัน

แต่คงเปิดรับเธอเองไม่ได้

หมอนใบใหม่ใบนั้น จงเอามันกลับคืนไป

สิ่งที่ฉันอยากได้  .........คือหมอนใบเดิม

 

 

 

 

"เมื่อใหร่จะลืมใครสักที"

.......................................................................

 

 

กันตรัง-กรุงเทพ

posted on 30 Oct 2009 13:54 by freerday  in diary, photo

ความเดิมตอนที่แล้ว มาถึงตรัง เดย์นั่งรออนาคตที่สถานีรถไฟตรัง มีลุงแก่ๆเดินมาถามว่ามาทำไรตรงนี้ รถไฟเขาหยุดวิ่งที่สุราษนะหนู ผมก็บอกว่าผมไม่รู้จะไปใหน แกเลยถามว่าแล้วมาตรังทำไมหละ เราก็บอกมาเที่ยวทะเล มีทะเลใกล้สุดที่ใหน แกก็บอกกันตรัง แต่ใกลนะต้องนั่งเทคซี่ไป แกก็พาไปขึ้นเทคซี่ มันคือรถเก๋งเก่าๆๆๆโครต เป็นรถโดยสารไปกันตรัง55 ก็นั่งไปจนถึงท่าเรือกันตรัง 40 กิโลได้ แกก็บอกลงนี่แหละถึงแล้ว เดย์ก็ลง  งงๆ มีเด็กวัยรุ่นมานั่งเล่นสามสี่คนที่ท่าเรือ  มืดๆ น่ากลัวโครต  เราก็ยืนซี่อบื้ออยู่พักใหญ่ จนมีน้องมาถามว่าพี่รอใคร เราก็บอกจะไปทะเล พี่แกหัวเราะเลย บอกทะเลอะอีก50กิโล กว่าจะมีรถไปก้ต้องรอจนเช้า 55 นี่มันก็เที่ยงคืนแล้ว เขาก็ถามว่าพี่รุ้จักใครป่าวหละจะไปส่ง เราบอกไม่รู้ เขาก็เลยบอกงั้นไปนอนบ้านผมก่อนได้ (โครตใจดี) ไอ้ผมมันเชื่อคนง่าย ก็ติดรถกระบะไปอีก30กิโล กว่าจะถึงบ้านน้องเขา 55 สวนยางชัดๆ

ไปถึงก็เป้นหมู่บ้านชาวเล  วู้วๆๆ ชอบมากๆๆ ทุกคนใจดีมากกกกกก ครอบครัวน้องเขา (ชื่อน้องกร อายุพอๆกัน) มีอยู่6คน ตา พ่อ แม่ น้องสาว ม4 น้องชาย ม 2  และนายกร  นิสัยใจคอดีกันทั้งครอบครัว เขาก็ดูแลเราเหมือนแขก ลูกหลานคนหนึ่ง ถามใถ่สารทุกสุขดิบ ไปงัยมางัย พอเล่าอะไรๆให้ฟังก็เป็นการแลกเปลี่ยนชีวิต ทำให้สนิทกัน  เขาก็ชอบใจในตัวเดย์ไปเฉยๆเลย 55

บ้านกรเป็นร้านขายของชำ ขายทุกอย่าง ถือว่ามีฐานะที่สุดในตำบลก็ว่าได้  มีทีวีโบราน วิทยุโบราน ชอบมาก มีตู้เพลงหยอดเหรียน มีขี้เมามาเปิดทุกวันเช้าเย็น55 หนึ่งในนั้นคือเรา  มีขนมตะโก้ โจ้กหมู ขนมคนใต้ใม่รุจัก มีเบเกอรี่ด้วย 55 ร้านครอบจักรวาล

ตื่นตอนเช้ากรพาเราไปที่ท่าปลา ชาวบ้านหาปลากันส่วนใหญ่ ประมง

มีเด็กๆมาช่วยพ่อแม่ลากอวน เก็บปลา เล่นน้ำสนุกสนาน เราไปเขาก็เอาแมงดาทะเลมาให้ ใจดีมากๆ

นี่คือโฉมหน้าชาวประมง   ไม่รุว่าตกน้ำแล้วจะจมหรือลอย แต่น้องเขาว่ายน้ำเก่งมาก

เห็นอย่างนี้แล้วรู้สึกมีความสุขแทนชาวบ้าน อิจฉาด้วยซ้ำ ชีวิตเขาไม่ต้องการอะไรมากมาย และรักทะเลกันทุกคน เราก็โชคดีที่ได้มาคลุกคลีกับชาวบ้านที่นี่ ไม่อยากกลับกันเลย

เดย์อยู่ที่นี่2วัน ทุกคนก็ไม่ว่าอะไร เราก็ช่วยงานที่พอทำได้ ขายของ ยกของ และตื่นสาย55

วันนี้กรบอกจะพาไปเล  ตื่นแต่เช้า เติมน้ำมันหลอดโบราน รู้สึกเท่ๆ

นอกจากประมงแล้วชาวบ้านยังมีสวนยาง และปลาม ร่มรื่นตลอดทาง

นั่งรถแป๊บเดียวก้ถึงทะเลตรัง สวย และมีความรู้สึกเป้นอันดามัน เงียบมากกกกก ต่างจากสมุยสิ้นเชิง นี่แหละที่เราชอบจริงๆ ถ้ามีเปลสักผืน คงนอนสบายใจ

แสดงอาการโดดเดี่ยว

มาอีกหาด เป็นหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของกันตรัง ยาว สวย และคนน่ารักๆ คุยได้กับทุกคนจริงๆ สั่งอาหารมานั่งชิว นี่คืออาหาร 300 บาท ถูกมากๆๆๆ เทียบกับสมุยคราวที่แล้วคนละเรื่องจริงๆ อร่อยมากๆครับ

นั่งกินริมหาด มีคนมาเล่นน้ำไม่เยอะมาก ชายหาดยาวๆๆๆๆๆๆๆ น้ำทะเลใสจริงๆ อากาศดี แหมาะแก่การพักผ่อน เราก็บอกกรว่าคืนนี้ขอนอนที่นี่ กรบอกเดี๋ยวหาที่ให้

นี่คือกร สนิทกันเลยทีเดียว และไกลๆนั้นคือเกาะกระดานที่มีชื่อเสียง แต่พายุเข้า เราก็อด 

นี่คือคนบ้าที่อยู่แถวๆนั้น55 อาจเป้นชาวเกาะ หรือเผ่าอะไรสักเผ่าที่หาหอยกินริมทะเล  เรียกได้ว่าคนแถวนั้นมองเราเป้นแถว ไม่รุไปทำไรให้ 55   กูแค่มาเที่ยวว้อยยยย

กรพามาอีกที่ เป็นหาดสงบกว่า มีประพาคาร สวยดี ชื่อหาดราชมงคล เพราะอยู่ในเขตมหาลัยราชมงคลตรัง

ฟ้าเริ่มครื้ม ฝนตก น้ำลง จะเห็นหาดทอดยาวเป้นกิโลเลย มีคนเดินไปเก็บหอยอยู่ไกลๆ

ฝนตก หลบฝนในถ้ำ เย็นมาก  ถ้าน้ำขึ้น น้ำจะท่วมถ้ำนี้ ตอนนี้น้ำลงเราก้อยู่ได้  ถาชือนามิมาคงไม่รอด55

ฝนหยุดตก ตอนนี้ประมานหกโมงเย้น อากาสดีสุดๆ หาดทอดยาวเป้นกิโล มีคนไปเดินเล่นไกลๆ สุดลูกตา

เห็นอย่างนี้แล้วอยากให้ทุกคนมาอยุ่ที่นี่จัง จะได้รุ้ว่ามีนชิวแค่ใหน นี่แหละที่เราต้องการจริงๆ

หนุ่มๆสาวๆพากันเดินเล่นในทะเล

นั่งรอดูพระอาทิตตก กินมะม่วง ฝรั่งแช่ และลูกอะไรสักอย่างที่มีขายแค่ตรัง อร่อยมากๆ

แสดงถึงความสบายใจอย่างบอกไม่ถูก และไม่เหงาด้วยเพราะมีเพื่อนคุย ไม่เหมือนกับที่สมุยที่นั่งคนเดียว

ข้อมูลต่อไปนี้โปรดใช้วิจารนยานในการรับชม  (เสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง) นี่คือการเลี้ยงส่งของชาวใต้

กรพาเรามาหาเพื่อนๆกร  อยู่ไม่ใกลจากหาด และนิสัยดีทุกคน คุยสนุกแต่ฟังไม่ออก55  และเขาก็เลี้ยงส่ง

เราด้วยเมนูสี่คูณร้อย  บอกได้แค่ว่ามันคือกระท่อม (เสี่ยงคุกจริงๆ)

และดูดใบจากแบบคนใต้  นี่คือวิถีชีวิตชาวใต้ที่เขาอยากให้เราได้สัมผัส เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมเมากระท่อม

เวรกรรม  นอนนิ่งอยุ่ที่นี่หนึ่งวัน กว่าจะฟื้นคืนชีพ ก่อนที่จะตระหนักได้ว่ากูต้องกลับกรุงเทพ 55

นั่งสามล้อจากกันตรังมาที่ท่ารถ เพราะชอบรถสามล้อแทบขาดใจ อยากแย่งมาเป้นเจ้าของ ทำไมมันเท่อย่างนี้

โดนพี่เขาเล่นไปหลายร้อย 55 ยอมเพราะรักสามล้อ ตอนนี้คือเงินมันเหลือไม่ถึงร้อยจริงๆ

มีความคิดหลายอย่างผุดขึ้นมาตอนนั่งอยู่ที่ท่ารถ เพราะไม่มีเงินพอที่จะกลับได้ จะทำอย่างไรดี

1  ไปขอทาน (เพราะเราก้อเหมือนคนไม่ปกติอยู่พอสมควร)

2 แอบเข้าไปซ่อนในที่เก็บกระเป๋าเวลาเขาเปิดออก

3 ไปจีบเจ้คนขายตั๋ว ยอมเสียตัวแลกตั๋ว  เฮ้ออออ..........

4 ขังใครสักคนในห้องน้ำเพื่อที่เราจะเนียรขึ้นไปแทน(เลว)

5 จี้คนขับ (เลวสุด)

6 แอบปีนขึ้นไปบนหลังรถเหมือนในหนังสลัมด๊อกมิลิแน

 

สุดท้ายก็พบว่ากูอุบาทในความคิดจริงๆ

เกิดความรู้สึกเครียด จึงหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ โดยไม่ได้เห้นป้ายที่อยุ่ต่อหน้าต่อตา55

ดูหมดมวลแล้วค่อยเห้น  มันฮาจริงๆ ไม่รุว่ามีใครแอบด่าเรารึยัง

สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินไปขอเขาตรงๆว่าขอติดรถทัวไปด้วย แต่ไม่มีเงินนะ พร้อมกับใหว้อย่างสวยงามที่สุด

อยู่สามสี่เที่ยว  แล้วก็ทำหน้าเหมือนจะร้องให้สงสาร อาพับสุดๆ พี่แกคงอดทนความหน้าด้านของเราไม่ใหว

จึงให้ไปอยุ่ไต้รถตรงที่นอนคนขับรถ 55 สำเร็จ แถมสบายกว่านั่งข้างบนด้วย นอนได้เต็มที่

เป็นอันจบการเดินทางอันยาวนาน  7 วันพอดี มีหลายๆอย่างที่เราหาไม่ได้อีกแล้ว

มีความสุขสุดๆ มีหลายๆอย่างที่เล่าให้ฟังไม่ได้ มีมิตภาพดีๆตลอดการเดินทาง

มีสุขมีทุกข์ มีความมั่นใจในตัวเองขึ้นเยอะเลย และได้รู้บางอย่างว่า เกรดมันไม่ได้

สำคัญกับเราเลย ผู้หญิงก็ไม่ได้รักเราเท่ากับที่เรารักเขาหรอก สู้เรารักตัวเองและดูแล

คนที่เขาทนุถนอมเราดีกว่า กรุงเทพมันอาจจะไม่ใช่ความสุขที่สุดของใครๆก็ได้

และบางที่เราอาจจะต้องพอใจกับสิ่งที่เราเป้นอยู่ และรักมันให้ที่สุดเหมือนกับชาวประมง

รักทะเล รักปลา คิดอย่างนี้แล้วเราก็กลับมาเป็นผู้เป็นคนขึ้น

 

 

บางที่ ... ทุกคำตอบมันคือการที่เรากล้าก้าวออกมาจากห้องเล็กๆห้องนี้  ....

 

 

ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจเสมอมา(มีไม่กี่คน) 

 

และจะบอกว่าเปิดเรียนแล้ว วันนี้  เดย์จะหนีเรียนไปแหลมแม่พิมพ์

หรือที่ใหนสักที่ และจะมาเล่าให้ฟังอีก    .................."ปล่อยไปามหัวใจ"

เกาะสมุย - กันตรัง

posted on 25 Oct 2009 19:06 by freerday  in diary, photo

หายไปสักพักใหญ่เลยครับ พอดีหนีไปพักผ่อน (เรื่อยๆ)มา แถวปักไต้นู้น

ตั้งแต่วันที่ 16 มีความคิดว่าจะไปใหนสักที่เงียบๆ ไปทะเล หนีเรื่องราวชีวิตที่มันร้ายๆ

เยอะแยะไปหมด ทั้งเรื่องเรียนที่โดนตัดทุนเรียนหลวงเพราะทำตัวแย่ๆจนเขาหมด

ความอดทน ที่ตามมาก็คือที่บ้านก็ไม่เอาอะไรกับเราแล้ว (ไม่ส่งเรียน)บาดหมางกันใหญ่

แล้วยังเรื่องผู้หญิงยิงเรืออีก  ครั้งนี้ครั้งใหญ่จริง  ต้องปรับตัว ต้องนั่งคิด

แล้วก็เครียดแทบสุดหัวใจ ห้องพักก็ยังค้างค่าเช่าอยู่หมื่นกว่า หมดแล้ว

ตอนนี้กูมีสามพันกว่า เฮ้อ.......ทางออกทางเดียวคือไปสงบสติอารม แล้วค่อยว่ากัน

 

นั่งอยู่หัวลำโพง ในใจก็คิดว่ากูจะไปใหน คิดไม่ออกจริงๆ ตัดสินใจไปเรื่อยๆ

รถสายใต้เที่ยวสุดท้ายไปกันตรัง เราก็ชื้อตั๋วไปกันตรัง เอาให้สุดสายค่อยว่ากัน

 นังอยู่ตรงทางขึ้น เพราะที่นั่งเต็ม ตรงนี่นั่งสบายดีแล้วก็มีพลทหารมานั่งดูดบุหรี่ด้วย

แป๊บเดียวพี่แกลงไปนอนกับพื้นซะงัน มิหนำซ้ำนอนขวางทางซะเต็มที่ คนจะมาเข้า

ห้องน้ำต้องกระโดดข้ามแกทุกคน ปลุกไม่ตื่นจนเช้า ฮามาก

 

รถวิ่งมาถึงชุมพรก็เช้าพอดี เรายังไม่ได้นอนเลย  ที่นี่น่าอยู่มาก สวนเต็มไปหมด

รมรื่น เย็น  ตอนนี้ทุกคนบนรถไฟเปลี่ยนภาษากลางเป็น แล่งใต้กันหมด  งง?

ปัญหาเกิดขึ้น เมื่อรถไฟหยุดวิ่งแค่สุราษ  55 คิดในใจ (เชี่ยเอ้ย เอางัยหละกู)

มานั่งคิดว่าสุราษมีที่ใหนน่าเที่ยว พอดีมีคนมาถามว่าน้องไปสมุยหรอ เราก็คิดได้

นี่แหละ ฟลูมูนปาร์ตี้ ตกลงกะพี่แกพาไปส่งที่ท่าเรือเฟอรี่แบบงงๆ

 

มาถึงสมุยก็บ่ายพอดี นึกว่าจะเกาะเล็กๆ (ใหญ่โครต) คุยกับชาวบ้านอยู่นานเพราะเขาพูด

เร็วโครต แทบอยู่คนละโลก55 ที่นี่มี3 หาดหลักๆ คือ เฉวง ละไม และอะไรจำไม่ได้

เราก้ไม่รุจะไปใหน บอกพี่พาผมไปใกลๆเลย แกบอกงั้นสุดสาย

 ก็โดนใล่ลงที่เฉวง เดินมาหาดด้วยความเมื่อย ก็มาเจอกับทะเลสมใจอยาก

ถ่ายรูปไม่เก่งเลยนะครับ แต่อยากบอกว่าที่นี่สวยมากกกกกกกกก

 มานั่งคิดว่าจะเอางัยต่อที่ชายหาดขาวๆ กับทะเลสีฟ้าใส ก่อนที่จะหลับไปเฉยๆตรงนั้น

 ตื่นมาอีกที่ก็ปาไป3 ชั่วโมง 55  ง่วงมาก ตอนนี้ท้องฟ้าสวยสุดๆ ตัดสินใจไปเดินไป

เปิดห้องพักริมหาด ห้องพักที่นี่แพงมาก แทบไม่มีคนไทยเลย ทุกอย่างแพงหูฉีก

 เก็บของเสร้จก็เปลือยกายเดินรอบหาด แล้วก้เล่นน้ำ  คนเดียว .......เหงาจัง

 ฟ้าสวย หาดสวย น้ำสวย สาวสวย คนถ่ายแย่ 55  เสียดายที่ถ่ายรูปไม่เป้นง่ะ

รูปชุดนี้แสดงการโดดเดี่ยว

 ตกเย็นก้เดินกลับ ตอนนี้ริมหาดคนเยอะ ออกมาเดินเล่น นั่งกินเบียร์ นวด วิ่งบ้าง

ตอนกลางคืนเหมือนสวรรค์ ชายหาดจะเตมไปด้วยขี้เมา มีพรุ โครมไฟ ดอกไม้ไฟ

และหนุ่มสาวเดินจุ๋จี๋เป้นคู่ๆ  ส่วนเรานั่งคนเดียวท่ามกลางฝรั่ง แหะๆ

นั่งกินเบียรืคนเดียวจนดึก นึกว่ามันไม่แพงมาก เบียรืสิงขวดละ160 ซัดไป5

แทบหามกลับไปนอน เมาที่สุดในรอบปีละคืนนี้  อ้วกด้วย แหะๆ

 ตื่นเช้าแบบงงๆ ว่าใครมาส่งกู เจ้าของบ้านบอกน้องกลับมาเอง  หิวก็เลยสั่งกับข้าวมากิน

สองอย่างแบบประหยัดสุด ที่เห็นหนะ300  T T

 ออกเดินสายไปถ่ายรูปเรื่อยๆ ที่นี่สวยจริงๆ สวยแต่เหงา.....

 พอพลบค่ำชาวประมงก็กลับบ้าน อากาศดีสุดๆ  คืนนี้หลับสบาย ใม่เมา แถมยังได้เดิน

เล่นที่ถนนคนเดิน น่าอยู่สุดๆ ถ้ารวยนะ  ^ ^

 อยู่สามวัน งบเริ่มฝืด ตัดสินใจขึ้นเรือมาสุราษเพื่อจะไปใหนสักที่ ยังไม่คิด

 ถึงท่าเรือ ในสามชั่วโมง ต่อรถเข้าสุราษอีกสองชั่วโมง

 ตอ่รถมาที่ท่ารถตู้ 5 โมงเย็นพอดี เหลือรถแค่สายเดียวคือตรัง โอเคไปตรัง55

นั่งรอรถก้อกินใส้กรอกสุราษไปด้วย อยากบอกว่าเผ็ดโครต แต่ร่อยแรง

 รถตู้ออก 5.30 น ใช้เวลา 3ชั่วโมงในการไปตรัง  แต่...........รถพังกลางทาง  T T

 นั่งรอรถตู้คันใหม่อีกกว่า2ชั่วโมง มืดสนิท แถมยังเก้บเงินเพิ่มอีกคนละร้อย  งงโครต

บอกว่ารถมันใหม่  55 สังคมไทยทำอะไรไม่ค่อยรับผิดชอบอย่างนี้นี่เอง  แต่ก็ขำๆ

 มาถึงตรังสี่ทุ่มพอดี นั่งกินคะน้าหมูกรอบที่ทางรถไฟ เผ็ดโครตๆ  T T 

 แล้วก็จนได้  ไม่รุจะไปใหน ไปนั่งที่สถานีรถไฟ จนถึง5ทุ่ม  เรื่อยๆ งงๆๆ

จนมีคนเดินเข้ามาถามเช่นเคย ว่าน้องจะไปใหน รถไฟไม่มาหรอก เขาหยุดเดินที่สุราษ

ผมก้ไม่รุจะตอบยังงัย  ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นนับจากนี้

 

เดย์จะทำไงต่อ นอนใหน ไปที่ได และยังงัยติดตามในเอนทรี่หน้า

เพราะมันยาวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   ^ ^

 

ตอนนี้พึ่งกลับมาถึงคร้าบ เพราะพรุ่งนี้เปิดเรียน  สวัสดีคับ

 

จบกันสักที

posted on 15 Oct 2009 23:18 by freerday  in diary

เอนทรี่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับใครจริงๆ(ไม่จำเป็นต้องอ่านครับ)

แค่อยากจะลืมผู้หญิงคนนึงที่ผมทะนุถนอมมานานแสนนาน

ตามจีบมาตั้งแต่ ม.ต้น  อดทนมาจนต้องเลิกกันจริงๆ

ใครกันนะบอกว่า สิ่งใดที่ได้มายากเย็นแสนเข็ญ มันจะอยู่กับเราจีรัง

บางคนยิ่งรัก ยิ่งทนุถนอมเค้ามากเท่าใร

เขายิ่งต้องการออกไปจากชีวิตเรา

ก็คงปล่อยเขาไป

คงทำใจ...........และทนเหงาสักพัก

 

 

 

อุ๊ says:

ไม่อยากคุยกับเขาใช่ป่ะ

freer says:

ใหงพูดงั้นหละ

อุ๊ says:

แค่ทักหลายครั้งก็ไม่พูดด้วย

อุ๊ says:

พอพูดด้วยก็เหมือนไม่เต็มใจ

freer says:

เต็มใจสิ

freer says:

ใหงพูดงั้น

อุ๊ says:

ก็พูดอยู่นี้ไง

freer says:

เบิร์ดแค่คิดว่าอุ๊ไม่สนใจจะพูดกับเบิร์ด

อุ๊ says:

หรอ

อุ๊ says:

ไมอ่ะ

อุ๊ says:

เคยทักหลายครั้งไม่เห็นจะอยากคุยกับเค้าเลย

freer says:

อยากคุยสิ

freer says:

พูดอย่างนี้เสียใจนะ

อุ๊ says:

เค้าออนก็ไม่ค่อยเข้ามาทักเขา

อุ๊ says:

แล้วจะมาว่าเค้าไม่อยากคุยอีก

อุ๊ says:

ถ้าไม่อยากคุยคงไม่ทักหรอก

freer says:

พอเบิร์ดอยากคุยกับอุ๊

freer says:

อุ๊ก็ไม่อยากคุย

freer says:

ใครจะไปรู้หละ

อุ๊ says:

ตอนไหน

อุ๊ says:

บางครั้งเขาออนทิ้งไว้เพื่อนมันมาเล่น

อุ๊ says:

เขาก็ไม่รู้

freer says:

มั่วละ

อุ๊ says:

เขาทำงานอยู่ห้องภาคตลอดตอนนั้น

อุ๊ says:

คอมคนใช่หลายคน

อุ๊ says:

ไม่ได้มั่ว

อุ๊ says:

ไม่ได้แก้ตัวด้วย

freer says:

แล้วจะอยากคุยด้วยทำไม

freer says:

นึกว่าลืมกันแล้วนิ

freer says:

ลืมคนที่เคยรักนักหนาไปแล้ว

อุ๊ says:

งง

freer says:

ใม่มีไรหรอก

อุ๊ says:

หมายถึงเลิกกันแล้ว

อุ๊ says:

แล้วมาคุยกันทำไม

อุ๊ says:

ประมาณนั้น

อุ๊ says:

ใช่ป่ะ

freer says:

ก็นึกว่าใม่สนใจแล้ว

freer says:

จะแก้เหงารึใง

อุ๊ says:

แม้แต่ความเป็นเพื่อนมันก็ไม่เหลือเลยหรอ

freer says:

กับอุ๊นะ

freer says:

มันเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอก

อุ๊ says:

เป็นเพื่อนก็ไม่ได้งั้นสิ

อุ๊ says:

เป็นได้แค่คนที่เบิร์ดไม่รู้จักเท่านั้น

freer says:

ถ้าเป็นแฟนเบิร์ดไม่ได้

freer says:

อย่างอื่นก็คงใม่ได้เป็น

อุ๊ says:

อืม

อุ๊ says:

ต่อไปเราก็จะไม่ทักไม่วุ่นวาย

อุ๊ says:

ไม่กวนใจเธออีกแหละ

อุ๊ says:

วันนี้เป็นวันสุดทายที่เราจะได้คุยกัน

อุ๊ says:

สบาย ใจได้

อุ๊ says:

เขามันไม่ดีเอง

อุ๊ says:

ที่รักเบิร์ดไม่ได้อีกแล้ว

อุ๊ says:

ทุกอย่างจบลงตอนที่เบิร์ดบอกเลิกเราแล้ว

อุ๊ says:

มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

อุ๊ says:

ขอให้มีความสุขในโลกของเบิร์ด

อุ๊ says:

โลกที่ไม่เปิดให้ใครหน้าใหนเข้าไปได้

อุ๊ says:

โลกที่เบิร์ดไม่ยอมออกมาสักที

อุ๊ says:

 ขอให้เจอคนดีๆในนั้นนะ

freer says:

ก็อุ๊ไม่รักเบิร์ดงัย

freer says:

เลิกกันมันก็ดีกับอุ๊แล้ว

อุ๊ says:

  พูดเองเออเอง จริงๆ

 

 

 

มันก็คงเป็นบทสนทนาสุดท้าย ของความรักห่วยๆ

ที่ผมบรรจงสร้างมันขึ้น เวลาเจ็ดปีที่เผ้าบ่มเพาะ

คอยรดน้ำพรวนดิน และคิดว่าเขาจะรักเราเข้าสักวัน

สุดท้ายความเจ้าชู้มันก็พรากรักเราไป

จะคบแค่อวดเพื่อนหรืองัย หรือมีไว้แค่เป็นบารมีเล่น

อยู่ๆกันไปสักวันก็คงแยกทาง

สู้บอกเลิกวันนี้ ก่อนที่เขาจะบอกเลิกเราจะดีกว่า

ให้มันเสียดายไปสักพัก

เดี่ยวเค้าก็คงลืม

 

คนที่น่าสงสารจริงๆมันคือกูโว๊ย!!!!!